10 อันดับ iPad รุ่นไหนดี

iPad รุ่นไหนดี

ปัจจุบันมีแท็บเล็ตออกมาหลายหลากยี่ห้อหลายรุ่นมากมาย แต่ยี่ห้อที่ยังครองใจคนซื้อได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น iPad จาก Apple ที่มีชิปประมวลผลที่ไหลลื่นไม่สะดุดและยังมีการพัฒนาตลอดทำให้ไม่ตกรุ่นและสามารถใช้งานได้หลายปีคุ้มกับราคาที่เสียไปและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็พัฒนาให้รองรับกับระบบ iPadOS ได้เร็วกว่า android เสมอเนื่องจาก Apple ออกรุ่นน้อยกว่า Android ที่มีเป็นร้อย ๆ รุ่นทำให้ iPadOS ให้งานกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ผู้คนส่วนมากจึงเลือกใช้งาน iPad กัน

แล้ว iPad มีตั้งหลายรุ่น แล้วรุ่นไหนเหมาะกับใครบ้างล่ะ โดย iPad โดยรวมแล้วสามารถแบ่งออกไปได้ 4 กลุ่มนั้นก็คือ รุ่นธรรมดา รุ่น Pro รุ่น Air และรุ่น Mini โดยแต่ละรุ่นมีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันออกไปดังนี้ 

  • รุ่นธรรมดา 

จะเป็นรุ่นต้นแบบในการผลิต iPad โดยจะเน้นความคลาสสิกของ Apple นั่นก็คือราคากลาง ๆ ไม่สูงมากไม่เบามากแต่ก็ยังพอที่จะสามารถแตะต้องได้โดยมีสเปกที่สามารถใช้งานได้หลากหลายทั่วไป

  • รุ่น Pro

ถึงแม้จะมีราคาที่สูงกว่ารุ่น ๆ มากแต่ก็มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงมากกว่าด้วยเช่นกันเหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำงานที่จริงจังมาก ๆ กราฟิกสวย ๆ และกล้องดี หน้าจอใหญ่สวยใช้งานได้ลื่นไหลไม่สะดุด

  • รุ่น Air 

จะมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่เบาบางดังขนนก แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าได้กับรุ่น Pro แต่มาในราคาที่ต่ำกว่าและขนาดที่พอดิบพอดี อาจจะไม่ได้เน้นกล้องมากแต่ในด้านการใช้งานถือว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยสามารถใช้งานหนัก ๆ ได้สบาย แต่อาจจะไม่ลื่นมากเท่ารุ่น Pro แต่ก็ถือว่าสมราคาอยู่ดี

  • รุ่น Mini

 ก็ต้องมาพร้อมกับขนาดที่เล็กพกพาได้สะดวกแต่ก็ยังใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา อาจจะใช้งานหนักเท่ารุ่น Pro กับ Air ไม่ได้แต่หากคนที่ไม่ค่อยได้ให้ทำงานอะไรใช้งานแค่ออนไลน์ อ่านเอกสาร หรือดูหนังฟังเพลงทั่วไปรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก

Apple ได้ผลิต iPad ครั้งแรกปี 2010 ถึงปัจจุบัน ทำให้มี iPad หลายรุ่นหลากฟังก์ชัน แล้วมีรุ่นไหนที่น่าสนใจและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์แบบไหนบ้าง เราจึงจัด 10 อันดับ iPad รุ่นไหนดี มาให้ชมกัน

โดย 10 อันดับ iPad รุ่นไหนดี มีดังนี้

1. Apple iPad Air 10.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

2. Apple iPad Pro 12.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

3. Apple iPad Pro 12.9-inch 2021 Wi-Fi (5th Gen)

4. Apple iPad Pro 11-inch 2020 Wi‑Fi (2nd Gen)

5. Apple iPad 10.2-inch 2020 Wi-Fi + Cellular (8th Gen)

6. Apple iPad mini 7.9-inch Wi-Fi (5th Gen)

7. Apple iPad Air 10.5-inch 2019 Wi-Fi (3rd Gen)

8. Apple iPad Pro 11-inch 2018 Wi-Fi + Cellular (1st Gen)

9. Apple iPad Pro 12.9-inch 2018 Wi-Fi (3rd Gen)

10. Apple iPad 10.2-inch 2019 Wi-Fi (7th Gen)

1. Apple iPad Air 10.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

หากคุณกำลังมองหาiPadที่ใช้งานได้ทั่วไป ขนาดกะทัดรัดพกพาง่ายและยังมีฟังก์ชันครบครันสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย Apple iPad Air 10.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า iPad Air 4 ซึ่งถือว่าเหมาะกับคุณที่สุดและด้วยราคาที่ไม่แรงมากสามารถจับต้องได้ทั้งคนทำงานและนักศึกษา มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Air 10.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

ชิปประมวลผล : A14 Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina 10.9″ การแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 247.6 x 178.5 x 6.1 มม.

น้ำหนัก : 458 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 19,900 บาท

ข้อดี

1. หน้าจอสวยสะดุดตา

2. สเปกสูงในราคาประหยัด

3. ลำโพงดังสะใจ

ข้อเสีย

1. ยังมีโอกาสงอได้อยู่

2. Apple iPad Pro 12.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

ด้วยขนาดหน้าที่ใหญ่สะใจไร้ขอบ และสีสันของหน้าที่สดใสสวยงามทำให้สามารถใช้ทำงานกราฟิกได้อย่างละเอียดและมีมาตรฐานมากขึ้น อีกทั้งยังมีกล้องอีก 3 ตัวที่ทำให้ถ่ายวิดีโอ 4K และสแกนเอกสารได้อย่างดี รวมทั้งยังสามารถใช้งานแบบ Multi-function ได้อีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหา iPad ไว้สำหรับทำงานจริง ๆ จัง ๆ อย่างมาก มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Pro 12.9-inch 2020 Wi-Fi (4th Gen)

ชิปประมวลผล : A12Z Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina 12.9″ เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 214.9 x 280.6 x 6.9 มม.

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ ที่วัยทำงานควรมี

น้ำหนัก : 641 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB / 512GB / 1TB

การใช้งานกับ Apple Pencil : A12Z Bionic พร้อม Neural Engine

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 34,900 บาท

ข้อดี

1. ถูกกว่า iPad Pro ปี2018

2. GPU ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2018

3. รองรับ Wi-Fi 6 ทำให้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น

4. กล้องสวยสามารถถ่ายภาพความละเอียดได้สูงถึง 12 ล้านพิกเซล ยังมีกล้องเลนส์wideอีก 10 ล้านพิกเซล

5. มีเซนเซอร์ LIDAR Scanner ช่วยวัดระยะที่ให้ใช้งาน 3D และ AR ได้สมจริงมากขึ้น 

6. ได้ Ram 6 GBทุกรุ่น

7. ลำโพงดังดูหนังเล่นเกมได้สนุกสะใจ

ข้อเสีย

1. ราคาสูง

2. ยังอัปเกรดแบบ minor upgrade ทำให้ยังไม่ต่างจากตัว 2018 มากนัก

3. กล้องนูน จึงเป็นรอยได้ง่าย

4. เครื่องยังงอได้ง่ายอยู่

3. Apple iPad Pro 12.9-inch 2021 Wi-Fi (5th Gen)

หากกำลังมองหา iPad ที่สเปกที่แรงมากเทียบเท่าได้กับคอมพิวเตอร์ Apple iPad Pro 12.9-inch 2021 Wi-Fi (5th Gen) รุ่นนี้ตอบโจทย์คุณ ด้วยการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของวงการ iPad ไปอีกขั้นทำให้มีความรวดเร็วและแม่นยำในการประมวลผลมากขึ้น แถมยังได้หน้าจอ Mini-LED ที่ทำให้หน้าจอมีความสว่างมากขึ้นและกล้องที่ความละเอียดสูงถ่ายรูปวิดีโอได้สวยงามพกพาได้อีกด้วย มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Pro 12.9-inch 2021 Wi-Fi (5th Gen)

ชิปประมวลผล : M1 พร้อม Neural Engine เจเนอเรชันถัดไป

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina XDR 12.9″ เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 280.6 x 214.9 x 6.4 มม.

น้ำหนัก : 682 กรัม

ความจุ : 128GB / 256GB / 512GB / 1TB / 2TB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 37,900 บาท

ข้อดี

1. ใช้งานชิป M1 ที่เป็นชิปเดียวกับ macbook ทำให้การประมวลผลเร็วขึ้นและกินพลังงานได้น้อยลง

2. จอภาพสวยงามและสีสันคมชัด ด้วยหน้าจอ Mini-LED

3. รองรับ 5G

4. ความเร็วในการ access ข้อมูลเพิ่มขึ้นมาถึง 2 เท่าตัว

5. ด้วยจอภาพ Liquid Retina XDR ที่ใช้งาน Mini LED ทำให้มีความสว่างหน้าจอมากขึ้นทำให้เห็นรายละเอียดของกราฟิกได้ดียิ่งขึ้น

6. Neural Engine แบบ 16 core ทำให้ใช้งาน AI ได้ดีและเร็วมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

1. ราคาสูง

2. เนื่องจากเป็น iPad ที่พึ่งเปิดตัวมาไม่นานจึงยังไม่มีฟีดแบ็คจากผู้ใช้งานจริงมากนัก

4. Apple iPad Pro 11-inch 2020 Wi‑Fi (2nd Gen)

สวย พรีเมียม เพียบพร้อม คำนิยาม 3 คำนี้ต้องยกให้รุ่นนี้เลย เนื่องด้วย Apple iPad Pro 11-inch 2020 Wi‑Fi (2nd Gen) หรือ iPad Pro Gen 2 นี้ มีหน้าจอที่โดดเด่นด้วยหน้า Retina โดยแสดงผลแบบ True Tone Display ทำให้ทำงานกราฟิกได้อย่างสบายตาและลงรายละเอียดได้ดี และยังมีสเปกที่แรงสามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Pro 11-inch 2020 Wi‑Fi (2nd Gen)

ชิปประมวลผล : A12Z Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina 11″ เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 247.6 x 178.5 x 5.9 มม.

น้ำหนัก : 468 กรัม

ความจุ : 128GB / 256GB / 512GB / 1TB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 27,900 บาท

ข้อดี

1. สวยงาม น้ำหนักเบา

2. ลื่นไหลมาก

3. ลำโพง 4 ตัวสะใจ

4. มีพร้อมพอร์ต USB-C ทำให้ใช้งานได้หลากหลายมากกว่า พอร์ต Lightning

5. การใช้งาน ชิป A12Z ทำให้ใช้งาน Multi function ได้ดีกว่าชิป A14 เนื่องจากชิป A12Z ได้ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นหลังชิป A14

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  หูฟังบลูทูธ รุ่นยอดนิยม 10 อันดับของปี

ข้อเสีย

1. ยังเขียนไม่สนุกเท่าขนาด 12.9 นิ้ว

2. สเปกโดยรวมยังไม่ต่างกันมากกับ iPad air 4

5. Apple iPad 10.2-inch 2020 Wi-Fi + Cellular (8th Gen)

หากกำลังตามหา iPad ที่ใช้งานได้ทั่วไปไม่ทำงานหนักมากแต่ก็ยังสามารถใช้งานอ่านเอกสาร นิตยสารออนไลน์ หรือเล่นเกมเบา ดูหนังได้ในคุณภาพดี Apple iPad 10.2-inch 2020 Wi-Fi + Cellular (8th Gen) หรือ iPad gen 8 นี้จึงตอบโจทย์การใช้งานง่าย ๆ ไม่หวือหวานี้ในราคาที่คุ้มค่ากับสเปกที่ได้ มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad 10.2-inch 2020 Wi-Fi + Cellular (8th Gen)

ชิปประมวลผล : ชิป A12 Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Retina 10.2″

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 250.6 x 174.1 x 7.5 มม.

น้ำหนัก : 495 กรัม

ความจุ : 32GB / 128GB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 1)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Smart Keyboard

ราคาเริ่มต้น : 15,400 บาท

ข้อดี

1. ราคาถูกมากและยังได้สเปกที่สูงกว่ารุ่นก่อนที่ออกมามาก

2. ตอบสนองเร็วกว่า gen 7 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์

3. ชิปใหม่ในราคาเดิม

4. การ์ดจอที่แรงกว่าเดิมถึง 2 เท่าทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

1. ดีไซน์ยังเหมือนเดิม

2. ยังไม่รองรับสัญญาณ 5 G

6. Apple iPad mini 7.9-inch Wi-Fi (5th Gen)

หากคุณเป็นอีกคนที่งบน้อยแต่ก็กำลังหา iPad ที่เล็กแต่ก็ยังสามารถใช้งานได้สมราคาและใช้งานได้นาน Apple iPad mini 7.9-inch Wi-Fi (5th Gen) หรือ iPad Gen 5 นี้ตอบสนองความต้องการนั้นได้ ด้วยขนาด 7.9 นิ้วที่ได้ชิปประมวลผล A12 ทำให้การใช้งานไม่อืดและไหลลื่นไม่สะดุดที่มาในราคาหมื่นต้น ๆ มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad mini 7.9-inch Wi-Fi (5th Gen)

ชิปประมวลผล : A12 Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Retina 7.9″ การแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 203.2 x 134.8 x 6.1 มม.

น้ำหนัก : 300.5 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 1)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : คีย์บอร์ด Bluetooth

ราคาเริ่มต้น : 13,900 บาท

ข้อดี

1. น้ำหนักเบาถือง่ายด้วยมือเดียว

2. ราคาถูกแต่คุ้ม

3. ใช้งานได้ลื่นไหล

4. ลำโพงแบบ 2 ตัวดูหนังสนุกยิ่งขึ้น

5. สเปกเหมือนย่อตัว iPad Air 3 ในขนาดที่เล็กลง

6. เล่นเกมได้สนุกสมูท

ข้อเสีย

1. แอปพลิเคชันบางอันยังเปิดแบบเต็มจอไม่ได้

2. ด้วยอัตราส่วน 4:3 ทำให้จอเวลาดูหนังเล็กลง

7. Apple iPad Air 10.5 inch 2019 Wi-Fi (3rd Gen)

ขึ้นชื่อว่า รุ่น Air แล้วแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับดีไซน์ที่บาง น้ำหนักเบา แต่ก็ยังมีพร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมสามารถใช้งานได้หลากหลายทั้งงานหนักและเบาในขณะเดียวกัน โดย Apple iPad Air 10.5 inch 2019 Wi-Fi (3rd Gen) หรือ iPad Air Gen 3 นี้มาพร้อมกับแบตที่อึดทนทาน ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับนักศึกษามาก มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Air 10.5 inch 2019 Wi-Fi (3rd Gen)

ชิปประมวลผล : A12 Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Retina 10.5″ การแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 250.6 x 174.1 x 6.1 มม.

น้ำหนัก : 456 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 1)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Smart Keyboard

ราคาเริ่มต้น : 14,900 บาท

ข้อดี

1. ชิปตัวเดียวกับ Gen 8 ในราคาที่ถูกกว่า 

2. หน้าจอเต็มตาดูสวยงามทำให้ดูหนังวาดรูปสนุก

3. มีหน้าจอ True Tone ทำให้ใช้งานได้สบายตา

ข้อเสีย

1. เวลาชาร์จ Apple pencil ต้องเสียบที่ช่องต่อ Lightning

2. ไม่มีขายในเว็บไซต์ Apple แล้วแต่ยังมีขายที่ตัวแทนจำหน่ายอยู่

8. Apple iPad Pro 11-inch 2018 Wi-Fi + Cellular (1st Gen)

จุดเด่นของรุ่น Pro รุ่นนี้คือสามารถประมวลผลได้รวดเร็วใช้งานหนัก ๆ ได้ดีและมีกราฟิกที่สวยงามสบายตาทำให้เวลาใช้งานนาน ๆ ไม่ปวดสายตา สามารถใช้งานได้ทุกประเภท เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ใช้ทำงาน หรือทำกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ หรือวาดรูปก็สามารถใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม และยังรองรับทั้ง Wi-Fi และ Cellular สามารถใช้งานที่ไหนก็ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Pro 11-inch 2018 Wi-Fi + Cellular (1st Gen)

ชิปประมวลผล : A12X Bionic พร้อม Neural Engine

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  สำรวจ ราคาการ์ดจอ ทั้งหมด

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina 11″ เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 247.6 x 178.5 x 5.9 มม.

น้ำหนัก : 468 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB / 512GB / 1TB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 37,400 บาท

ข้อดี

1. หน้าจอสวยไร้ขอบไร้ปุ่มโฮม

2. ปลอดภัยมากขึ้นด้วย Face ID

3. ชาร์จ Apple pencil ได้ง่ายเพียงแค่แตะทิ้งไว้ที่ขอบด้านข้าง

ข้อเสีย

1. มีโอกาสที่เครื่องงอได้

2. อาจเป็นรอยได้หากมีฝุ่นอยู่ด้านข้างของขอบที่ชาร์จกับ Apple pencil

3. บางแอปพลิเคชันยังไม่รองรับหน้าจอแบบ 11 นิ้ว

9. Apple iPad Pro 12.9-inch 2018 Wi-Fi (3rd Gen)

ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา ดูมีราคา และมาด้วยหน้า Liqiud Retina ทำให้มีหน้าจอที่สวยมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยถนอมสายตาด้วยระบบแบบ True Tone สวยไม่พอยังมีความปลอดภัยสูงขึ้นด้วยระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าอย่าง Face ID อีกด้วย รุ่นนี้เด่นด้วยกล้องที่สามารถซูมดิจิทัลได้ถึง 5 เท่า ทำให้สามารถถ่ายงานไกล ๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad Pro 12.9-inch 2018 Wi-Fi (3rd Gen)

ชิปประมวลผล : A12X Bionic พร้อม Neural Engine

จอภาพ : จอภาพ Liquid Retina 12.9″ เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 214.9 x 280.6 x 5.9 มม.

น้ำหนัก : 633 กรัม

ความจุ : 64GB / 256GB / 512GB / 1TB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio

ราคาเริ่มต้น : 26,910 บาท

ข้อดี

1. เครื่องบาง หน้าจอไร้ขอบ

2. ใช้งานอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย

3. มีความแม่นยำของสีสันหน้าจอ

4. มี Face ID ทำให้ทำอิโมจิได้และมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เสริมมา

5. ใช้ ช่องต่อ USB-C ทำให้ใช้งานได้หลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น

ข้อเสีย

1. กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่อง

2. ไม่มีรูหูฟัง 3.5 mm.

3. ไม่มีสแกนนิ้วมือแล้วทำให้เวลาสวมหน้ากากอนามัยออกไปข้างนอกทำให้ปลดล็อกเครื่องไม่สะดวก

10. Apple iPad 10.2-inch 2019 Wi-Fi (7th Gen)

เหมาะสำหรับคนที่กำลังตามหา iPad ที่สามารถใช้งานหนักได้แต่ยังอยู่ในราคาที่หมื่นต้น ๆ ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบเพื่อให้มีความคล้ายกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย แต่ก็ยังจดโน้ตหรือเขียนไอเดีย วาดรูปได้อย่างดีเยี่ยม สามารถเล่นเกมได้คล้ายเกมคอนโซลและมีฟีเจอร์ต่าง ๆ อีกมากมาย แบตก็ยังอึดทนอยู่ได้ทั้งวัน มีรายละเอียดดังนี้

Apple iPad 10.2-inch 2019 Wi-Fi (7th Gen)

ชิปประมวลผล : ชิป A10 Fusion

จอภาพ : จอภาพ Retina 10.2″

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา) : 250.6 x 174.1 x 7.5 มม.

น้ำหนัก : 483 กรัม

ความจุ : 32GB / 128GB

การใช้งานกับ Apple Pencil : Apple Pencil (รุ่นที่ 1)

การใช้งานกับ Apple Keyboard : Smart Keyboard

ราคาเริ่มต้น : 10,900 บาท

ข้อดี

1. ถูกและดี นักเรียนนักศึกษาสามารถแตะต้องได้

2. เปิดตัวมาพร้อมกับ iPadOS ครั้งแรก

3. สามารถแบ่งหน้าจอแบบครึ่ง ๆ ได้

4. สามารถย่อหน้าจอเวลาดูหนังให้เล็กลงแล้วใช้งานแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้พร้อมกัน

5. เล่มเกมสนุก สมูท สบายตา

6. ถึงแม้จะยังใช้ชิปเก่า แต่ยังสามารถตัดวิดีโอ 4K ได้อย่างสะดวกสบาย

ข้อเสีย

1. กล้องหน้ายังถ่ายไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

2. ยังใช้ชิปเก่า ในอนาคตอาจจะทำให้เครื่องไม่ลื่นเท่าที่ควร

การเลือกใช้งาน iPad ควรคำนึงการใช้งานเป็นหลักจึงจะสามารถเลือกรุ่นที่จะนำมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาจมีปัจจัยเรื่องราคาและสเปกที่อาจจะต่างกันเล็กน้อยในการประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้การเลือก iPad ให้ตรงกับความต้องการจึงสำคัญที่สุดและจะทำให้การใช้งานสามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานได้ตรงจุดมากที่สุด